ปฏิกิริยาย้อนกลับสีแดง บทเรียนสำหรับเมืองเพชร
22 Jan 2009 02:28:47 pm
หนังสือพิมพ์เพชรภูมิ ปีที่ 29 ฉบับ 683 วันที่ 16 มกราคม พ.ศ.2552 หน้า 5
ที่นี่เมืองเพชร นีโน่
ปฏิกิริยาย้อนกลับสีแดง
บทเรียนสำหรับเมืองเพชร
การแก้ปัญหาของรัฐบาลจนทำให้สามารถแถลงนโยบายได้ในที่สุด เหมือนการเล่นสนุกหลอกล่อเด็ก ๆ ไม่ได้เหมือนกับรัฐบาลที่ผ่านมาสองสมัยในยุคของนายสมัคร สุนทรเวช ที่เอาแต่ตอบโต้ทางการเมือง และยุคของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่ดูจะจริงจังกับปัญหาการประท้วงและใช้กำลังจนนำไปสู่การจราจลย่อย ๆ ในการสลายการชุมนุมหน้ารัฐสภาเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 อันนำมาซึ่งการเสียชีวิตของผู้ประท้วงและผู้บาดเจ็บนับร้อย ซึ่งไม่ได้ทำให้เหตุการณ์ทั้งหลายดีขึ้นแต่ประการใด รังแต่จะเพิ่มความเสียหายให้กับประเทศชาติ การแบ่งแยกขั้วที่เด่นชัด ความเสียหายที่ตามมาอย่างมาประมาณค่าไม่ได้ ขณะที่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กับใช้วิธีการง่าย ๆ เปลี่ยนสถานที่ประชุมเพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสียและความรุนแรง
แต่ดูเหมือนความพยายามในการส่งเสริมยุยงปลุกปั่น ของสามเกลอหัวแข็งแห่งความจริงวันนี้ จะได้ผลดีอยู่เสมอ เพราะเหล่าเสื้อแดงในหลายพื้นที่ขานรับแกนนำด้วยการชุมนุมประท้วงรัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ มีสภาพไม่ต่างอะไรกับรัฐบาลนายสมัครและรัฐบาลนายสมชาย ที่ถูกกลุ่มพันธมิตรประชาธิปไตยใส่เสื้อเหลืองไปขับไล่ในทุกที่อันเป็นพื้นที่สีเหลือง ต่างกันที่ว่ากลุ่มเสื้อแดงเพิ่มความรุนแรงมากกว่าการใช้มือตบไล่ แต่ใช้การทุ่มหินใส่รถของผู้แทนฝ่ายรัฐบาลเมื่อออกจากรัฐสภา และใช้การขว้างไข่ใส่รถของบรรดาแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ แม้แต่อดีตนายกรัฐมนตรีอย่างนายชวน หลีกภัย ก็ยังโดนปาไข่ขณะที่ไปช่วยลูกพรรคหาเสียงในจังหวัดต่าง ๆ ขณะที่แกนนำเสื้อแดงออกมาขานรับว่าน่าภูมิใจที่ประชาชนรู้จักการเรียกร้องสิทธิของตนเอง ต่อต้านเผด็จการ ควรค่าแก่การยกย่อง
พฤติกรรมการใช้ความรุนแรงของกลุ่มเสื้อแดง โดยการอ้างว่าทำเหมือนกับกลุ่มพันธมิตรฯ ย่อมชอบธรรมถ้าจะเป็นการประท้วงที่สงบและปราศจากอาวุธ การชุมนุมประท้วงจะโห่ไล่ ตะโกนด่า ปราศรัยโจมตี ให้ร้ายป้ายสี ทำอย่างไรก็ได้ตอนนี้กลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาในการประท้วงทางการเมืองของคนไทยไปแล้ว จะเสื้อเหลืองจะเสื้อแดงก็ไม่ได้มีวิธีการที่แตกต่างอะไรกันมากนัก หาความสงบไม่ได้ ถ้าตรวจค้นอาวุธก็เจอทั้งนั้น ยกเว้นคำว่า ทำร้ายร่างกาย ซึ่งเป็นสิ่งที่แยกออกจากการชุมนุมประท้วงทางการเมือง การทุ่มหิน การปาไข่ การปาถุงปัสสาวะและอุจจาระ ไม่ใช่สิ่งที่จะนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของการประท้วงได้ การทำร้ายร่างกายเป็นคดีอาญา ซึ่งก็เคยมีคนถูกลงโทษเพราะทำร้ายร่างกายผู้อื่นแต่อ้างเป็นการเมืองนั้นไม่ได้ นั่นคือที่มาของการถูกจับของกลุ่มเสื้อแดงหลายครั้ง ซึ่งก็ต้องว่ากันที่ศาลเสมอ
การเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพมหานครและการเลือกตั้งซ่อมผู้แทนในหลายจังหวัด สะท้อนปฏิกิริยาที่มีต่อพลพรรคคนรักเสื้อแดง หลายจังหวัดที่แกนนำเสื้อแดงพลาดท่าแพ้การเลือกตั้ง แม้แต่แกนนำเสื้อแดงเองก็ยังโดนเสื้อแดงด้วยกันปาไล่ใส่ สะท้อนกลับความรู้สึกของคนกลุ่มเดียวกันที่บอกให้รู้ว่าความรุนแรงก็จบลงด้วยความรุนแรงเช่นกัน ความรุนแรงไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์อะไรดีขึ้น ความรุนแรงไม่ใช่เรื่องที่จะมาโอ้อวดและโหมประโคม ความรุนแรงไม่ใช่นิสัยพื้นฐานของคนไทย ความรุนแรงที่อยู่บนพื้นฐานของความเกลียดชังจะสะท้อนกลับไปยังผู้เริ่มต้น
คนเมืองเพชรย่อมมีผู้ที่นิยมทั้งเสื้อเหลืองและเสื้อแดง คนเสื้อเหลืองเมืองเพชรอาจจะเข้าร่วมการชุมนุมอย่างสงบสันติกับกลุ่มพันธมิตรกันมาแล้ว คนเสื้อแดงเมืองเพชรอาจจะเคยเข้าร่วมการชุมนุมกับกลุ่มความจริงวันนี้เช่นกัน สิทธิเสรีภาพของท่านทั้งหลายย่อมได้รับความคุ้มครอง ถ้าการแสดงออกของทุกท่านอยู่บนพื้นฐานของความสงบสันติปราศจากอาวุธ แต่มาถึงวันนี้ทุกคนทุกท่านได้เรียนรู้กันมามากพอแล้วว่า บ้านเมืองบอบช้ำเสียหายและต้องการรักษาเยียวยา เป็นบทเรียนที่ทั้งคนเสื้อเหลืองต้องรับรู้ถึงผลที่จะตามมากับประเทศ บทเรียนที่ทั้งคนเสื้อแดงต้องเรียนรู้และเข้าใจ จะสู้กันต่อไปอีกคงไม่มีใครห้ามได้ จะให้มีรุนแรงขึ้นอีก จะให้ถึงเลือดถึงเนื้อแค่ไหน ก็โปรดพิจารณากัน ถึงเวลาที่ต้องพอหรือยัง ถึงเวลาที่ต้องหันหน้ามาหาเหตุผล ถึงเวลาที่ต้องพักหรือไม่ บทเรียนทั้งหลายได้ทำให้ให้เราได้เรียนรู้มากพอแล้ว
นีโน่
By : prachyanun | Category: ที่นี่เมืองเพชร | Comments [ [9]] | Trackbacks [10]
22 Jan 2009 02:27:34 pm
หนังสือพิมพ์เพชรภูมิ ปีที่ 29 ฉบับ 683 วันที่ 16 มกราคม พ.ศ.2552 หน้า 5
สัพเพเหระ ปรัชญนันท์
ถนนแนวใหม่
ผมสนับสนุนแนวคิดหลักในการช่วยเศรษฐกิจของประเทศนั่นคือ การท่องเที่ยวภายในประเทศไทย
ดังนั้นปีใหม่ผมก็เลยเที่ยวเขื่อนแก่งกระจาน แต่เป็นเพราะลูกสาวบ่นว่าไปบ้านยายที่ท่ายางมาหลายรอบไม่เคยแวะไปเขื่อนแก่งกระจานเลย
ผมก็แวะไปเที่ยวเขื่อนแก่งกระจานอีกครั้ง ซึ่งยังประทับใจอยู่เสมอ สภาพที่แทบไม่แตกต่างกันมากนักในช่วงหลายสิบปี
ถนนที่กว้างขึ้นและมีผู้คนแวะเวียนมาเยี่ยมเยือนมากขึ้นคือสิ่งที่ผมเห็นว่าเปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะรีสอร์ทหน้าเขื่อนที่มีอยู่มากมาย
แต่สิ่งที่ผมสังเกตุเห็นและตั้งใจหานั่นก็คือ แนวถนนเส้นใหม่ ที่มีการพูดถึงกันมานับปีในเรื่องของเส้นทางเศรษฐกิจใหม่
แนวถนนเส้นใหม่ที่ว่าก็คือ แนวที่มีแนวคิดตัดมาจากวังมะนาว เข้าทางเขาย้อยเลียบแนวเขา ผ่านหนองหญ้าปล้อง แก่งกระจาน ไปถึงปราณบุรี
ผมพบว่าไม่ใช่แนวคิด แต่เป็นแนวถนนจริง ๆ ที่กำลังตัดผ่านเส้นทางเลียบแนวเขา ซึ่งเป็นเส้นทางอ้อมเขามากกว่า
พรรคพวกหลายคนเคยอธิบายให้ฟังว่าเป็นการตัดเส้นทางในแบบเดียวกับมาเลเซีย นั่นก็คือเป็นเส้นทางปิดห้ามผ่าน
เท่าที่ผมเห็นตอนนี้ไม่น่าจะเป็นเส้นทางปิด เพราะตลอดแนวถนนที่กำลังดำเนินการอยู่ตอนนี้
เป็นลักษณะถนนปกติ
ผมจึงไม่แน่ใจว่าที่ผมเห็นอยู่ในขณะนี้เป็นแนวเส้นทางที่กล่าวถึงกันอยู่หรือไม่ เพราะถ้าทำแบบมาเลเซียก็จะเหมือนเป็นทางด่วน
รูปแบบที่ทำอยู่ในมาเลเซียก็คือเป็นทางด่วนเข้าไปจากประเทศไทย ตั้งแต่ด่านสะเดาจังหวัดสงขลาไปจนถึงเมืองหลวงกัวลาลัมเปอร์
ตลอดสองข้างทางของเส้นทางถูกปิดกั้นหรือเป็นรั้วทั้งหมด ไม่มีสี่แยกมาตัด ถ้ามีถนนมาตัดก็ทำเป็นสะพานข้าม
เรียกง่าย ๆ ว่าวิ่งฉลุยอย่างเดียว แต่ถ้าจะแวะออกเมืองไหนก็มีช่องทางแวะออกไปได้ และเมื่อเข้ามาใหม่ก็เสียค่าธรรมเนียมทางด่วน
แต่เส้นทางที่จะทำจากวังมะนาวไปจนถึงปราณบุรี จะวิ่งอ้อมขนานกับถนนเพชรเกษมเดิมมีเจตนาให้รถบรรทุกได้ใช้เป็นเส้นทางขนส่ง
ความจริงผมอยากได้แนวเส้นทางเลียบทะเลตั้งแต่คลองโคนในจังหวัดสมุทรสงคราม เลียบเข้าบางตะบูน บางแก้ว หาดเจ้า หาดปึกเตียน ไปจนถึงชะอำมากกว่า
แต่การวิเคราะห์เส้นทางบอกว่าลำบากเพราะคนอยู่กันหนาแน่น และพื้นที่มีราคาแพงมาก รวมถึงดินอ่อนทรุดตัวง่าย
เขาก็เลยไปพัฒนาแนวถนนใหม่ออกไปเส้นเลียบภูเขา ซึ่งหลายคนที่ไม่เคยไปทางนั้นเลยก็จะนึกไม่ออกว่าเป็นอย่างไร
ผมก็ลองดั้นด้นวิ่งไปตามแนวเส้นทางเลียบภูเขา ซึ่งขณะนี้กำลังสร้างอยู่ ทำให้เส้นทางขาดเป็นช่วง ๆ
สิ่งที่ผมค้นพบก็คือแนวเส้นทางเลียบเขาที่กำลังสร้างใหม่โล่งมาก บ้านเรือนผู้คนมีน้อย ทำให้รถวิ่งได้เร็วสะดวก
ส่วนท่านที่กังวลไปว่ารถจะวิ่งออกไปเส้นทางใหม่ ไม่วิ่งในถนนเพชรเกษมที่อุตส่าห์ทำตั้ง 7 ช่องทางอยู่ในขณะนี้ ผมว่าไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ
เพราะเส้นทางใหม่ต้องบอกว่าค่อนข้างอ้อมเมืองมาก เหมาะสำหรับรถบรรทุกที่ไม่ต้องการผ่านเมืองและวิ่งรวดเดียวมากกว่า
คงไม่เหมือนเส้นทางผ่าทะเลรอบที่แล้ว ดังนั้นไม่ต้องเตรียมการประท้วงอะไรนะครับ แต่จะเป็นเส้นทางใหม่แนวท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์กับเขาได้บ้าง
ที่เห็น ๆ อยู่ตอนนี้คือเสร็จแล้วจะมีคนวิ่งหรือเปล่า แต่คงเป็นเส้นทางที่กันเอาไว้สำหรับอนาคตมากกว่า
ตอนนี้วิ่งไปก็ว้าเหว่มากครับ ขนาดหน้าท่องเที่ยวยังหารถไม่ค่อยได้เลย
ปรัชญนันท์
By : prachyanun | Category: สัพเพเหระ | Comments [ [4]] | Trackbacks [10]
อลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีปีใหม่เมืองเพชร
22 Jan 2009 02:24:38 pm
หนังสือพิมพ์เพชรภูมิ ปีที่ 29 ฉบับ 682 วันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2552 หน้า 5
ที่นี่เมืองเพชร นีโน่
อลงกรณ์ พลบุตร
รัฐมนตรีปีใหม่เมืองเพชร
การเมืองไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร ย่อมมีการเกิดขึ้นตั้งอยู่และดับไป เป็นธรรมดา เฉกเช่นพรรคการเมืองหลายพรรคที่เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป ตามกรรมตามวาระของแต่ละพรรค กรรมนั้นคือการกระทำที่คนในพรรคได้ก่อขึ้น การยุคพรรคนำไปสู่การสลายขั้วทางการเมือง การสลายขั้วทางการเมืองนำไปสู่สัจธรรมทางการเมือง สัจธรรมที่ว่านายย่อมเป็นที่รักของข้า แต่ผลประโยชน์ของข้าต้องมาก่อน เพียงปีเดียวของประเทศไทยมีนายกรัฐมนตรีถึง 4 คน มีคณะรัฐมนตรีถึง 4 ชุด นับแต่ พล.อ.สุรยุทธ จุลานนท์ คนเมืองเพชรหมดวาระในตอนต้นปี ตามมาด้วยคณะรัฐมนตรีของนายสมัคร สุนทรเวช ตามมาด้วยคณะรัฐมนตรีของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ จนในที่สุดมาถึงคณะรัฐมนตรีของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลายเป็นประวัติศาสตร์ของประเทศไทยอันเป็นปีที่มีนายกรัฐมนตรีมากที่สุด
บันทึกประวัติศาสตร์ของประเทศยังบันทึกอีกว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 27 และกลายเป็นนายกรัฐมนตรีที่มีอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยมีอายุเพียง 44 ปี เป็นนายกรัฐมนตรีที่มาจากพรรคการเมืองเก่าแก่ที่สุดของประเทศ นับเป็นคนที่ 4 ของพรรคประชาธิปัตย์นับแต่นายควง อภัยวงศ์ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช และนายชวน หลีกภัย ประวัติศาสตร์การเมืองก็ต้องบันทึกอีกมากมายไม่ว่าจะเป็นการยุบพรรคการเมืองถึง 3 พรรค บันทึกถึงรัฐบาลที่ไม่มีโอกาสได้ถ่ายรูปในทำเนียบรัฐบาล บันทึกถึงเหตุการณ์ที่นายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งเพราะศาลรัฐธรรมนูญถึง 2 คน ในปีเดียว รวมทั้งบันทึกการประท้วงทางการเมืองของคนนับแสนเป็นระยะเวลายาวนาน
จะอาจบันทึกในกินเนสท์บุ๊ค
บันทึกของประเทศไทยคงต้องมีหลายเรื่องทั้งชื่นชมและขมขื่น แต่บันทึกวันนี้ของเมืองเพชรจะได้บันทึกชื่อรัฐมนตรีหน้าใหม่จากเมืองเพชร นายอลงกรณ์ พลบุตร ผู้แทนราษฎรเมืองเพชร ที่ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพานิชย์ นับเป็นเกียรติประวัติและสร้างความยินดีในฐานะคนเมืองเพชรด้วยกัน ที่ผู้แทนราษฎรจากการเลือกตั้งของคนเมืองเพชรได้รับเกียรติให้ดำรงตำแหน่งสำคัญและทรงเกียรติ แม้ว่าจะไม่ใช่รัฐมนตรีคนแรกของเมืองเพชร ก็ยังนับได้ว่าเส้นทางการเมืองประสบผลสำเร็จ สร้างชื่อเสียงและเกียรติภูมิให้กับคนเมืองเพชรได้อย่างเต็มภาคภูมิ หลังจากว่างเว้นตำแหน่งรัฐมนตรีจากผู้แทนเมืองเพชรไปนาน นับแต่นายยุทธ อังกินันทน์ เคยเป็นรัฐมนตรีนับสิบปีมาแล้ว
อลงกรณ์ พลบุตร เริ่มเข้าสู่การเมืองครั้งแรกในปี พ.ศ.2535 ในนามของพรรคประชาธิปัตย์ ได้คะแนนเพียงไม่กี่หมื่นสอบตกแต่ก็ยังสู้ต่อ หลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬในเดือนพฤษภาคม และยุบสภาสมัยนายอนันต์ ปันยารชุน เข้ามาบริหารประเทศสมัยที่ 2 และจัดให้มีการเลือกตั้งอีกครั้ง คราวนี้นายอลงกรณ์ พลบุตร สามารถเข้ามาเป็นหนึ่งในสามผู้แทนเมืองเพชร เข้าสู่สภาในยุคที่นายชวน หลีกภัยเป็นนายกรัฐมนตรี ได้รับรางวัลดาวเด่นของสภาผู้แทนในฐานะผู้แทนหน้าใหม่ สร้างผลงานจนได้รับเลือกในสมัยที่สองด้วยคะแนนอันดับหนึ่งนับแสนคะแนน เป็นผู้แทนราษฎรเมืองเพชรหลายสมัย จนได้รับเลือกเป็นรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ทำงานในสภาผู้แทนราษฎรและร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ เกี่ยวกับพลังงานทดแทนจนรู้จักในนาม มิสเตอร์เอทานอล ในที่สุดเมื่อเกิดการเปลี่ยนขั้วรัฐบาลก็ได้รับการโปรดเกล้าฯ เป็น รมช.พานิชย์
คนเมืองเพชรเคยเป็นนายกรัฐมนตรีมาแล้วอย่าง พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ คนเมืองเพชรเคยเป็นรัฐมนตรีมาแล้วอย่าง นายยุทธ อังกินันทน์ การได้ ฯพณฯ รัฐมนตรีช่วยฯ อลงกรณ์ พลบุตร จึงไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ของคนเมืองเพชร พูดมากไปจะหาว่าคุย คนเมืองเพชรที่มีศักยภาพสูงมาก ๆ ในวงการต่าง ๆ มีอยู่มากมาย จะมีคนเมืองเพชรเป็นรัฐมนตรีอีกเท่าไหร่ก็ได้ เพียงแต่หวังว่ารัฐมนตรีของคนเมืองเพชรจะทำงานเพื่อประเทศชาติ ไม่ทำให้บ้านเมืองวุ่นวายกว่าที่เป็นอยู่ ไม่สร้างชื่อเสียงด่างพร้อย พลอยทำให้คนเมืองเพชรเสียหาย โดนเขาต่อว่ากันได้ว่าไปเลือกมันมาทำอะไร
ความยินดีกับ ฯพณฯ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์อยู่ในใจของเราเสมอ ความรู้สึกเป็นเกียรติของท่านย่อมส่งมาถึงคนเพชรที่ได้เลือกท่านเช่นกัน ท่านได้ทำให้คนเมืองเพชรชื่นชมและปลาบปลื้มไปกับท่าน ท่านได้ทำให้คนเมืองเพชรภูมิใจที่เราเลือกคนไม่ผิดไปทำหน้าที่ ขอให้ท่านทำงานตามที่ได้ถวายสัตย์ ขอให้ท่านจงยืนอยู่บนความซื่อสัตย์สุจริต ขอให้ท่านทำงานโดยคิดถึงว่าประชาชนต้องมาก่อน ขอให้ท่านนึกเสมอว่าท่านกำลังนำหน้าตาของเมืองเพชรไปกับท่านอยู่เสมอ
จะเป็นรัฐมนตรีวันเดียวหรือสามปี ทำดีและทำชั่วจะติดตั้งท่านไปด้วยเสมอ
นีโน่
By : prachyanun | Category: ที่นี่เมืองเพชร | Comments [ [3]] | Trackbacks [13]
22 Jan 2009 02:23:29 pm
หนังสือพิมพ์เพชรภูมิ ปีที่ 29 ฉบับ 682 วันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2552 หน้า 5
สัพเพเหระ ปรัชญนันท์
รายงานประจำปี
ปีที่ผ่านมา 2551 เราเริ่มต้นปีใหม่ด้วยการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระพี่นาง ยังความโศกเศร้าให้กับประชาชนทั่วประเทศ
ตลอดปีที่ผ่านมาเราเผชิญกับเหตุการณ์ต่าง ๆ มากมายจนผมนึกไม่ถึง หลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
ปีนี้เพียงปีเดียวเรามีนายกรัฐมนตรี 4 คน รัฐบาล 4 คณะ บ้านเมืองแตกแยกแบ่งฝักแบ่งฝ่าย มองหน้ากันลำบาก
คดีมากมายขึ้นสู่ศาล จนกลายเป็นยุคตุลาการภิวัฒน์ เพราะทุกเรื่องที่หาทางออกไม่ได้ ไปจบที่ศาลทั้งหมด
นายกรัฐมนตรีถึง 2 คน ถูกศาลตัดสินใจให้หลุดจากตำแหน่ง แม้แต่ประธานสภาผู้แทน ก็ไม่ได้ละเว้น
หลายเรื่องราวที่ผมเห็นพรรคพวกรอคอยก็ไม่สมหวัง ตอนแรกว่าปีนี้จะมีหวยออนไลน์ ก็ไม่เกิดหวยบนดินก็ยังไม่ผ่าน คอหวยรอต่อไป
เรื่องระดับใหญ่ในโลกเกี่ยวข้องกับเยาวชนเพชรบุรีอย่างบอลยูโร 2008 ก็ปีนี้ หรือโอลิมปิคก็ปีนี้ แต่ถูกกลบด้วยปัญหาการเมืองทั้งหมด
เขาพระวิหารเรื่องเก่า ๆ กลับมาเป็นเรื่องใหญ่ของปีนี้ ทำให้การขึ้นทะเบียนป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลกกลายเป็นเรื่องชวนติดตาม
ปีนี้เป็นปีที่นักสื่อสารมวลชนและชาววิทยุโทรทัศน์ต้องปวดหัวกับ NBT / TPBS /ASTV /PCTV เพราะเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก
สองเหรีญทอง สองเหรียญเงิน จากกีฬาโอลิมปิคกลับมีบรรยากาศหง่อย ๆ กีฬาแห่งชาติปลายปีก็เหงา บรรยายกาศกีฬาน่าเป็นห่วง
การท่องเที่ยวคงไม่ต้องพูดถึง เพชรบุรีเองก็ต้องอาศัยการท่องเที่ยวจากคนในประเทศเป็นหลักจะหวังอะไรนักไม่ได้
การต่อสู้ของเหล่าพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ยืดเยื้อยาวนานจนถึงที่สุด พร้อมความเสียหายที่รอผลที่จะเกิดปีหน้า
สุขภาพจิตของคนเพชรบุรีในปีที่ผ่านมา จดจ่อหน้าจอ ASTV อย่างเอาเป็นเอาตาย ค่อยผ่อนคลายเมื่อสถานการณ์สิ้นสุด
เรื่องที่ผมเตือนทุกปีและมีตลอดปีก็การระมัดระวังเทคโนโลยีพวกคลิปมือถือ หรืออินเทอร์เน็ต เพราะมีเรื่องบ่อย ๆ จากคลิปหลุด
ผมเริ่มเข้าใจเหตุผลความวุ่นวายของชาติเพราะ พบว่าคนในประเทศร้อยละ 62 ยอมรับ การทุจริตว่าเป็นเรื่องปกติ ส่วนผมเป็นพวกผิดปกติ
เพชรบุรีเปลี่ยนผู้ว่าคนใหม่ ถนนหนทางเริ่มทยอยเสร็จในหลายสาย บางส่วนกำลังเร่งก่อสร้างและคนเสร็จทั้งหมดในปีหน้า
เพชรบุรีสูญเสียปู่เย็น เฒ่าทรนงแห่งลุ่มน้ำเพชร ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วประเทศ จากการใช้ชีวิตอย่างพอเพียง
ส่วนตัวผมสูญเสียร่มโพธิ์ร่มไทรของชีวิต เป็นปีที่ยากลำบากในชีวิตอย่างแท้จริง
ข่าวน่ายินดีปลายปีของคนเพชรบุรีที่มี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพานิชย์ นายอลงกรณ์ พลบุตร ซึ่งเป็นผู้แทนเพชรบุรี
ขอรายงานประจำปี 2551 ที่ผ่านมาว่า เพชรบุรี ผ่านวิบากกันไปอีกวาระหนึ่งแล้ว เตรียมตัวรอสิ่งที่ต้องเจอในปีหน้าต่อไป
สวัสดีปีใหม่ 2552
ปรัชญนันท์
By : prachyanun | Category: สัพเพเหระ | Comments [ [1]] | Trackbacks [10]
22 Jan 2009 02:22:31 pm
นิตยสาร เพชรนิวส์ ปีที่ 6 ฉบับ 52 วันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2552
แลหลังระวังหน้า ปรัชญนันท์ นิลสุข
ตกงานล้านคน
คำเตือนจากทุกฝ่ายถึงเศรษฐกิจตกต่ำสุดขีดในปีหน้า สิ่งที่เราทุกคนรับทราบและรับรู้กันว่าจะมีคนตกงานในเมืองไทยเป็นล้านคน
ผมนึกถึงหน้าตาลูกหลานเพชรบุรีในตำบลต่าง ๆ ที่จะเดินทางกลับบ้านเพราะถูกสถานประกอบการปลดออก
มองไปกลับไปเมื่อปี พ.ศ.2540 เราก็เคยผ่านเหตุการณ์ลักษณะนี้มาแล้ว จนทุกวันนี้เราก็จะมีโฆษณามากมายที่เกี่ยวข้อง
บางคนเคยเห็นโฆษณาของธนาคารออมสินแล้วไม่เข้าใจว่า เคยเป็นผู้จัดการโรงแรม ทำไมมาขายก๋วยเตี๋ยว
คนเคยเป็นเจ้าของกิจการใหญ่โตทำไมมากลายเป็นคนขายผลไม้ดอง คราวนี้คงจะได้เห็นแนวใหม่ ๆ เกิดขึ้นบ้าง
คำศัพท์ใหม่จะเกิดขึ้นมาอีกเท่าไหร่ผมไม่รู้ คำศัพท์เดิมก็ยังคงติดหูอยู่ เช่น คนเคยรวย ไม่มีไม่หนีไม่จ่าย ล้มบนฟูก ฯลฯ
สมัยนั้นเรียกว่า วิกฤตการณ์ต้มยำกุ้ง มาสมัยนี้เรียกกว่า วิกฤติการณ์แฮมเบเกอร์ ได้ศัพท์ใหม่เริ่มต้นแล้ว
สมัยก่อนปี พ.ศ.2540 ก็เคยมีวิกฤติเศรษฐกิจมาหลายครั้ง ผมทันสมัยยุคที่น้ำมันขาดแคลนจนต้องรัดเข็มขัดอย่างหนัก
รุ่นเด็ก ๆ คงไม่เคยโดนวิกฤตถึงขนาดที่ว่ารถเข้าแถวรอเติมน้ำมัน จนน้ำมันหมด หรือหาน้ำมันเติมไม่ได้
ที่หนักที่สุดสำหรับผมสมัยเด็ก ๆ ก็เป็นเรื่อง ต้องปิดสถานีโทรทัศน์ในช่วงหัวค่ำ เพื่อลดการใช้ไฟฟ้า
สำหรับเด็ก ๆ อย่างผมการปิดสถานีโทรทัศน์ช่วงหกโมงเย็นถึงสองทุ่มเป็นวิกฤตที่ร้ายแรง แต่ก็เป็นโอกาสเช่นกันเพราะได้นั่งทำการบ้าน
คำว่าในวิกฤตก็ยังมีโอกาสเป็นคำที่เกิดขึ้นในช่วงวิกฤตหลายครั้ง ดังนั้นผมจึงมองว่าในวิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอ
เพียงแต่วิกฤตนั้นเราเห็นโอกาสหรือเปล่า โอกาสที่เราจะได้ทำในสิ่งที่เราไม่เคยทำมาก่อนหรือได้ทำในสิ่งที่อยากทำมานานแล้ว
ผมจะบอกว่าดีใจที่คนตกงานเยอะ ๆ แล้วเพื่อนฝูงผมจะได้เจอญาติมิตร ที่ไม่เคยได้กลับบ้านมานานปีซะทีก็ไม่ได้
จะแสดงความดีใจที่ลูกหลานที่เคยทิ้งไร่มะนาวกลับมาช่วยทำไร่กันซะทีก็ไม่ได้ เดี๋ยวจะหาว่าไปทับถม
ผมนึกถึงญาติผมที่บ่นอยู่เสมอว่าหาลูกหลานมาช่วยกันปีนตาลไม่ได้ ทั้งที่รายได้ปีนตาลก็ไม่ได้น้อยกว่าทำงานโรงงานเอาเลย
ไม่รู้ว่าคราวนี้พรรคพวกจะสมหวังที่ตั้งเอาไว้หรือไม่ แต่ผมรู้ว่าหลายคนดีใจที่จะได้ลูกหลานกลับมาพบปะ
แม้จะรู้ว่าเมื่อเศรษฐกิจดีขึ้นอีกครั้ง คนเพชรบุรีก็จะอพยพหรือเดินทางไปทำงานในที่ต่าง ๆ เช่นเดิม
หลายคนมองกลับกันว่า กลัวลูกหลานจะกลับมาให้เลี้ยงเหมือนเดิม ไม่ทำงานทำการอะไรกันแล้วเพราะไม่เคยลำบาก
ผมก็บอกเขาว่า คนเคยทำงาน คนเคยยืนได้ด้วยตนเอง ไม่ใช่เด็ก ๆ อีกแล้ว เขารู้ว่าจะปรับตัวจะอยู่สังคมอย่างไร
โอกาสการได้ใกล้ชิดลูกหลาน ได้ดูแลหัวใจที่บอบช้ำจากการปลดคนงานมาแล้ว มองพวกเขาอย่างลูกหลานและเห็นใจ
อย่าไปสมมะหน่า หรือรังเกียจว่าไปไหนไม่รอด เรามาช่วยกันมองว่า ดีใจที่ลูกหลานจะกลับบ้านแล้ว คนเป็นล้านที่จะตกงานนั่นจะมีลูกหลานเราแน่ ๆ
ปรัชญนันท์ นิลสุข
By : prachyanun | Category: แลหลังระวังหน้า | Comments [ [5]] | Trackbacks [7]


