e-Library
เพื่อก้าวเข้าสู่ e-University
ดร.ปรัชญนันท์ นิลสุข
รัตนาภรณ์
กาศโอสถ
บทความตีพิมพ์ในวารสารรังสิตสารสนเทศ ปีที่ 9 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม-ธันวาคม 2546
ในโลกแห่งยุคโลกาภิวัตน์ เทคโนโลยีมีบทบาทต่อชีวิตมนุษย์มากยิ่งขึ้นทุกวัน
ความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีโดยเฉพาะเทคโนโลยีสารสนเทศที่เข้ามามีบทบาทในการดำเนินชีวิตประจำวันจากที่เคยดำเนินชีวิตตามวิถีวัฒนธรรมแบบดั้งเดิมที่มีการเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีที่มีความเจริญก้าวหน้าเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
ใหญ่โตมโหฬาร
ทำให้การดำเนินชีวิตของมนุษย์เราเปลี่ยนแปลงไปจากที่เคยเป็นอยู่อย่างรวดเร็ว
แทบจะตั้งรับไม่ทัน เพื่อให้ชีวิตก้าวทันกับพัฒนาการทางเทคโนโลยี
จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพัฒนาตนเองให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่เป็นไปอย่างรวดเร็วในโลกปัจจุบัน
การศึกษาเป็นสิ่งสำคัญต่อชีวิตมนุษย์มาก
การศึกษาของไทยในอดีตมีนโยบายการศึกษาภาคบังคับมาโดยตลอด
ต่อมาได้มีนโยบายปฏิรูปการศึกษา
ซึ่งมีการขยายการศึกษาภาคบังคับมาโดยตลอดจนกระทั่งเป็น 12 ปี
ในปัจจุบัน การพัฒนาระบบการเรียนการสอนมีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น
มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการศึกษา
มีการจัดการเรียนการสอนโดยคำนึงถึงผู้เรียนเป็นหลัก
โดยจัดเป็นแบบผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง (Student Centered)
เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทที่สำคัญต่อการศึกษาของไทย
ทำให้สามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างทั่วถึงในปัจจุบันด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยี
รวมทั้งการสื่อสารโทรคมนาคมที่ผ่านช่องทางต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอินเทอร์เน็ต ดาวเทียม
หรือโทรทัศน์
ทำให้การเรียนการสอนตามวิถีวัฒนธรรมแบบดั้งเดิมที่มีผู้เรียนและผู้สอนร่วมทำกิจกรรมการเรียนการสอนภายในห้องเรียนได้ถูกเปลี่ยนไป
ผู้เรียนกับผู้สอนไม่จำเป็นจะต้องอยู่ในที่ที่เดียวกัน จะอยู่ที่ไหนก็ได้
แต่ก็คงยังติดต่อสัมพันธ์กันได้ หรือแม้แต่ผู้เรียนจะเรียนในเวลาใดก็ได้
จะทบทวนบทเรียนให้เกิดความรู้ความเข้าใจมากยิ่งขึ้นกี่ครั้งก็ยังได้
ทำให้สามารถจัดการศึกษาได้อย่างทั่วถึงมากยิ่งขึ้น
ผู้คนมีโอกาสและทางเลือกในการศึกษามากยิ่งขึ้นไม่ว่าจะเป็นการศึกษาทางไกล (Distance
Education) และการเรียนอิเล็กทรอนิกส์ (e-Learning)
ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศในช่วงปี ค.ศ.1995-2000
ได้ก้าวไกลไปอย่างมาก
ความสำเร็จทางธุรกิจของบริษัทที่ดำเนินการทางเทคโนโลยีทั่วโลกเจริญรุดหน้าอย่างรวดเร็ว
ประเทศไทยก็ได้รับผลกระทบจากความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศเช่นเดียวกับหลายๆ
ประเทศ ดังนั้นในช่วงปี พ.ศ.2539-2543 ประเทศไทยได้ประกาศนโยบาย
IT 2000 เพื่อใช้เป็นหลักนำในการพัฒนาประเทศให้เจริญรุดหน้าเท่าเทียมนานาประเทศ
มีการสนับสนุน
ส่งเสริมการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาพัฒนาการทำงานภายในองค์กรอย่างกว้างขวาง
การจะนำประเทศไทยไปสู่ Knowledge-based Society นั้น
จะต้องมีการวางแผนและการดำเนินการอย่างจริงจัง ทั้งในด้านทรัพยากรบุคคล
นวัตกรรมความรู้ใหม่
ซึ่งต้องมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างจริงจัง
ตามที่คณะกรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งชาติ ได้มีมติในการประชุมครั้งที่ 3/2544 ในวันที่ 3 ตุลาคม 2544
เห็นชอบต่อกรอบนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศระยะ พ.ศ.2544-2553 ของประเทศไทย (IT
2010 Policy Framework) และมอบหมายให้ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ
(NECTEC) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
จัดทำแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศไทย
โดยมีวัตถุประสงค์ที่สำคัญเพื่อวางแผนแม่บทอันเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศกับการสื่อสารของประเทศไทยในระยะ
5 ปี ข้างหน้า (พ.ศ.2545-2549) ให้สอดคล้องกับกรอบแนวทางของแผนพัฒนาการเศรษฐกิจแห่งชาติ
ฉบับที่ 9 รวมทั้งเป็นแผนแม่บทที่สามารถใช้เป็นแนวทางการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศไทยให้มีความเข้มแข็งและพร้อมที่จะแข่งขันในทางเศรษฐกิจโลกต่อไป
กรอบนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศระยะ พ.ศ.2544-2553 ของประเทศไทย หรือ IT 2010
เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะใช้ในการพัฒนาประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม
โดยเน้นการพัฒนาด้าน IT ใน 5 สาขา ได้แก่
การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศในภาครัฐ (e-Government) การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศในภาคอุตสาหกรรม
(e-Industry) การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศในภาคการพาณิชย์ (e-Commerce)
การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศในภาคการศึกษา (e-Education) และการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศในภาคสังคม (e-Society) ซึ่งรวมไปถึงการเสริมสร้างอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT
Industry) ให้มีขีดความสามารถและความเข้มแข็งมากขึ้น
นโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT 2010)*
นโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศระยะ พ.ศ.2544-2553 ของประเทศไทย เพื่อพัฒนาประเทศ
ให้เป็นสังคมภูมิปัญญาและการเรียนรู้ประกอบด้วยองค์ประกอบหลัก
3 องค์ประกอบ ได้แก่
*คัดลอกจาก นโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศระยะ พ.ศ.2544-2553 ที่จัดทำโดย
ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติร่วมกับศูนย์นวัตกรรมนโยบาย
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
·
การลงทุนในการสร้างทรัพยากรมนุษย์ที่มีความรู้ที่เหมาะสมและทันการ
·
การส่งเสริมให้มีนวัตกรรมที่ทันการเปลี่ยนแปลงของโลกทั้งในระบบเศรษฐกิจและสังคม
·
การลงทุนและการส่งเสริมให้มีโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศ
และอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องอย่างจริงจังและต่อเนื่อง
กรอบนโยบายนี้มีวัตถุประสงค์ที่จะทำให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายสำคัญสามประการ
คือ
·
เพิ่มขีดความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือพัฒนาประเทศ
โดยมีเป้าหมายในการเลื่อนสถานภาพของประเทศไทยจากประเทศ ในกลุ่ม ผู้ตามที่มีพลวัต (dynamic adopters) อันดับต้นๆ ไปสู่ประเทศในกลุ่ม ประเทศที่มีศักยภาพเป็นผู้นำ (potential
leaders) อันดับต้นๆ
โดยใช้ดัชนีผลสัมฤทธิ์ทางเทคโนโลยีของสำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP)
เป็นเครื่องประเมินวัด
·
เพิ่มจำนวนแรงงานความรู้ของประเทศไทยจากประมาณร้อยละ
12 ของแรงงานทั้งหมด ให้เป็นร้อยละ 30
ซึ่งเท่ากับค่าเฉลี่ยของแรงงานความรู้ของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว (OECD) ใน พ.ศ.2544
ตามสถิติขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO)
·
พัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
โดยเพิ่มสัดส่วนของมูลค่าอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการใช้ความรู้เป็นพื้นฐานให้มีมูลค่าถึงร้อยละ
50 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP)
จากวิสัยทัศน์และนโยบายดังกล่าว
นำไปสู่การกำหนดกลยุทธ์การพัฒนาโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่สำคัญไว้ 5
กลุ่ม คือ
·
เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาด้านภาครัฐ
(e-Government)
·
เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาด้านพาณิชย์
(e-Commerce)
·
เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาด้านอุตสาหกรรม
(e-Industry)
·
เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาด้านการศึกษา (e-Education)
·
เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาด้านสังคม (e-Society)
เมื่อนำกลยุทธ์ทั้ง 5 นี้มาดำเนินการ
โดยประสานสัมพันธ์และเชื่อมโยงการดำเนินการของแต่ละกลุ่มด้วยการวางแผนและการปฏิบัติที่รอบคอบ
บนพื้นฐานของปัจจัยสำคัญอีกสามด้านที่จะเป็นสื่อนำไปสู่เศรษฐกิจและสังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้
คือ การสร้างทรัพยากรมนุษย์ การส่งเสริมนวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศและอุตสาหกรรมสารสนเทศ
เชื่อว่าในสิบปีข้างหน้าประเทศไทยจะมีการพัฒนาไปสู่เป้าหมายข้างต้นได้อย่างเหมาะสม
ยกระดับประสิทธิภาพใน
สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับ
ส่งเสริมการส่งออก การผลิตโดยใช้ไอที
พัฒนาประสิทธิภาพภาย ลดความเหลื่อมล้ำของการ อุปกรณ์ที่มีอยู่แล้ว
ส่งเสริมการค้าบริการ ขยายฐานการตลาดโดยใช้ ในองค์กร (Back
Office) เข้าถึงสารสนเทศและความ)
(Value-added)
ส่งเสริมการบริโภคจาก ไอที
พัฒนาระบบบริการประ รู้ (Digital Divide ลดความเหลื่อมล้ำโดย
ผู้ประกอบการภายใน ใช้ไอทีเพื่อเพิ่มผลผลิตทาง ชาชน (Front Office)
เพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับ
ลงทุนอย่างเหมาะสม
ประเทศ ด้านการเกษตร
ปรับปรุงระบบบริหาร ประชาชน (Quality of Life)
(Equity)
เน้นการพัฒนาอุตสาหกรรม ราชการเพื่อนำไปสู่ ส่งเสริมการเรียนรู้
วางแผนก้าวกระโดด
ไอทีที่มีศักยภาพ Good
Governance (Learning
Society) ในระยะยาว (Quantum-Jump)
|
กลยุทธ ตามนโยบาย IT2010 |
||||
|
eCommerce |
eIndustry |
eGovernment |
eSociety |
eEducation |
มาตรการและแนวทาง
|
||||
กฎหมายพาณิชย์ จัดให้มี Thialnd
Exchange จัดทำแผนแม่บท สร้างโอกาสในการเข้าถึง
ยกระดับครูให้มีทักษะ
อิเล็กทรอนิกส์
ส่งเสริมการใช้ไอทีในภาค
จัดให้มีหน่วยงานติดตาม สนเทศและความรู้
ด้านไอที (Teachers
ระบบการชำระเงินผ่าน การผลิต และสนับสนุน ส่งเสริมชุมชนและองค์กร Traning)
สื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่
จัดให้มีข้อมูลทางด้านการ
ปรับปรุงระบบงานและ แห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต เร่งผลิตฐานความรู้
ปลอดภัย ตลาด
การจัดระบบข้อมูลทั้ง พัฒนาทักษะของประชาชน (Content Development)
สร้างความตระหนัก
ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา
ในส่วนกลางและ ในการเข้าถึงและใช้ สร้างเครือข่ายการศึกษา
และความเข้าใจ ในภาคเอกชน
องค์กรท้องถิ่น เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ ที่มีระบบบริหารจัดการ
ส่งเสริมวิสาหกิจขนาด
ส่งเสริมการพัฒนาบุคลากร พัฒนาข้าราชการให้มี ส่งเสริมการใช้ไอทีเพื่อ ที่ดี (Networking)
กลางและย่อม
ในภาคการผลิตให้มีและ ทักษะ การพัฒนาคุณภาพชีวิต สนับสนุนการใช้ไอที
สร้างตลาดให้ภาคเอกชน แลกเปลี่ยนความรู้ ปรับกฎหมายและกฎ สนับสนุนการใช้ไอทีเพื่อ เพื่อยกระดับความ
ผ่าน e-Procurement ส่งเสริมอุตสาหกรรมไอที
ระเบียบให้เอื้ออำนวย วัฒนธรรม และความเอื้อ
สามารถทางวิทยาศาสตร์
ของภาครัฐ
เพื่อลดการนำเข้าและเพื่อ
จัดให้มีโครงสร้างพื้น อาทรในสังคม
และเทคโนโลยี
พัฒนาบุคลากร
การส่งออก
ฐานสารสนเทศและ ส่งเสริมการจัดให้มี
จัดให้มีโครงสร้างพื้น
จัดให้มีโครงสร้างพื้น
ส่งเสริมการใช้ไอทีใน ส่งเสริมอุตสาหกรรม โครงสร้างพื้นฐาน
ฐานสารสนเทศและ
ฐานสารสนเทศที่
ภาคการเกษตร
สารสนเทศของไทย สนเทศที่เหมาะสม
ส่งเสริมอุตสาหกรรม
เหมาะสมและส่งเสริม
สร้างความตระหนัก และสนับสนุนอุตสาหกรรม ไอทีของไทย
อุตสาหกรรมไอทีของไทย
และความเชื่อมั่นของ ไอทีของไทย
ประชาชน
รูปที่ 1
สรุปนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศฯ กลยุทธ์ มาตรการ และแนวทาง
นโยบาย IT2010
ได้กำหนดเป้าหมายและยุทธศาสตร์การพัฒนาในแต่ละกลุ่มสาขา ดังนี้
ด้านภาครัฐ (e-Government)
มีเป้าหมายในการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาพัฒนาและปรับปรุงระบบงานบริหารที่สำคัญทุกประเภทของส่วนงานของรัฐ
ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ภายใน พ.ศ.2547
และพัฒนาบริการที่ให้แก่สาธารณชนให้ได้ครบทุกขั้นตอนใน พ.ศ.2553
ยุทธศาสตร์ที่ใช้ในการพัฒนาเป็นการปฏิรูปงานวางแผนและงบประมาณ
การจัดองค์กร การพัฒนาบุคลากรของรัฐ การพัฒนาการบริหารและการให้บริการโดยรวม
โดยมุ่งให้เกิดความกระทัดรัด ความประหยัด ประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยใช้
เทคโนโลยีสารสนเทศควบคู่กับการปรับปรุงขั้นตอนและกระบวนการทำงาน
ด้านพาณิชย์ (e-Commerce)
มีเป้าหมายมุ่งสร้างประโยชน์โดยรวมในกิจการพาณิชย์ของประเทศ
ทั้งในความสามารถในการแข่งขันของคนไทย และการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกิจส่งออก
การค้าและบริการ ตลอดจนการบริโภคของประชาชน
ยุทธศาสตร์ที่ใช้เป็นการปฏิรูปการพาณิชย์ของประเทศให้มีโอกาสในตลาดต่างประเทศดีขึ้น
มีการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์และงานเกี่ยวเนื่อง
รวมถึงการจัดให้มีการชำระเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่มีความปลอดภัยสูง
มีการสร้างระบบฐานข้อมูลและการจัดการข้อมูลที่ทันสมัย
เพื่อช่วยในการส่งเสริมผู้ประกอบการขนาดกลางและย่อมให้เป็นกำลังสำคัญของระบบเศรษฐกิจใหม่
ทั้งนี้รวมถึงการพัฒนาบุคลากรทุกประเภทและระดับ กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เจริญเติบโตเป็นธุรกิจเสรีรองรับการพัฒนาการพาณิชย์ให้เจริญมั่นคงต่อไป
ด้านอุตสาหกรรม (e-Industry)
มีเป้าหมายในการส่งเสริมและพัฒนาการใช้และการผลิตอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศของภาคเอกชน
เพื่อให้เกิดอุตสาหกรรมการผลิตที่ใช้ความรู้เป็นทรัพยากรสำคัญ ใน พ.ศ.2553
ยุทธศาสตร์ที่ใช้เป็นการนำเทคโนโลยีสารสนเทศโดยเฉพาะระบบอินเทอร์เน็ตมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาข้อมูลของศูนย์การตลาด
และตลาดกลางสินค้าอุตสาหกรรม และสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมทั่วไปให้ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศรวมถึงการพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศเองโดยเฉพาะซอฟต์แวร์และอิเล็กทรอนิกส์
นำเทคโนโลยีสารสนเทศมาสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม
รวมถึงภาคเกษตรและอุตสาหกรรม
การเกษตรให้เป็นกำลังสำคัญที่เข้มแข็งของเศรษฐกิจไทยในยุคใหม่ นอกจากนั้นให้มีการเสริมสร้างการประสานความรู้ด้านการวิจัยและพัฒนา
เพื่อใช้เทคโนโลยีสารสนเทศให้เป็นประโยชน์ในภาคอุตสาหกรรม
ซึ่งรวมถึงการสร้างสรรให้บุคลากรในภาคอุตสาหกรรมมีทักษะด้านเทคโนโลยี สารสนเทศเพิ่มขึ้นด้วย
ด้านการศึกษา (e-Education)
มีเป้าหมายในการสร้างความพร้อมของทรัพยากรมนุษย์ทั้งหมดของประเทศ
เพื่อช่วยกันพัฒนาให้เกิดสังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ
ยุทธศาสตร์ที่ใช้เป็นการเน้นหนักในการจัดหา จัดสร้าง ส่งเสริม สนับสนุน
โครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศและอุปกรณ์เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และการเรียนรู้ รวมถึงวิชาการ
ความรู้ สารสนเทศต่างๆ และผู้สอน อันจะมีส่วนในการจัดการ และการบริหารการศึกษา
และการฝึกอบรมทั้งวิชาการและทักษะ
เพื่อพัฒนาและยกระดับคุณภาพความรู้ของทรัพยากรมนุษย์ของไทยให้เป็นประชากร กำลังคน
และกำลังแรงงานที่มีคุณภาพและสมบูรณ์ด้วยภูมิปัญญาและการเรียนรู้
สามารถสร้างสรรเศรษฐกิจและสังคมไทยให้มีความเจริญก้าวหน้าทัดเทียมประเทศที่พัฒนาไปแล้วได้โดยเร็ว
เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ข้างต้น
จะต้องลดความเหลื่อมล้ำของโอกาสในการเรียนรู้ของประชากรไทย
อันสืบเนื่องมาจากสถานภาพของสถาบันการศึกษา หลักสูตรวิชาการ ภูมิประเทศ
สถานภาพทางเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนความรู้และสารสนเทศลงให้มากที่สุด
ผลลัพธ์คือการยกระดับภูมิปัญญาและคุณภาพกับปริมาณของความรู้ของประชากรไทยโดยทั่วไปให้สูงขึ้นโดยลำดับ
เพื่อให้เป็นขุมพลังในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม การเมือง
และความมั่งคงของประเทศอย่างยั่งยืนและยาวนานสืบไปในอนาคต
ด้านสังคม (e-Society)
มีเป้าหมายที่จะลดความเหลื่อมล้ำของสังคมอันเป็นผลเนื่องมาจากความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงสารสนเทศและความรู้
ซึ่งหมายถึงการพัฒนาให้คุณภาพชีวิตของประชาชนทั่วไปดีขึ้นและใกล้เคียงกันให้มากที่สุดโดยลำดับ
เพื่อก่อให้เกิดเป็นสังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ
ยุทธศาสตร์ที่ใช้เป็นการพัฒนาองค์ประกอบที่สำคัญ
และจำเป็นที่จะสร้างให้สังคมไทยเป็นสังคมที่ดีงาม มีความสมบูรณ์และเพียงพอ
มีคุณธรรมอันดีงามของศาสนา มีการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศทางด้านสาธารณสุขมูลฐาน
และการดูแลสุขภาพอนามัยให้แก่ประชาชนโดยทั่วถึง
ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในกลุ่มผู้ด้อยโอกาสและประชาชนชนบท
รวมถึงการสร้างเครือข่ายระหว่างกลุ่มสังคม
ระยะ พ.ศ.2545-2549
ที่มา: คณะกรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งชาติ
11 มิถุนายน 2545
![]()

การพัฒนาสารสนเทศ, ทักษะพื้นฐานของประชาชน และบุคลากรด้าน IT
โครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม
รูปที่ 2
สรุปความเชื่อมโยงระหว่างกลยุทธ์การพัฒนาห้าแนว กับปัจจัยที่เชื่อมโยง ได้แก่
นวัตกรรม ความรู้
สารสนเทศ การพัฒนาคน และโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม
รูปที่ 2
สรุปความเชื่อมโยงระหว่างกลยุทธ์ 5 ด้านของ TI 2010 กับปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับกลยุทธ์ ได้แก่ นวัตกรรม ความรู้
การวิจัยและพัฒนา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ
การพัฒนาคนและโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคม หากมีการพัฒนาตามกลยุทธ์ 5 ด้าน ก็จะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน โดยกลยุทธ์ e-Industry และ e-Commerce จะพัฒนาเศรษฐกิจ e-Education และ e-Society จะพัฒนาสังคม และ e-Government
เป็นระบบการบริหารงานของภาครัฐ
นโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศระยะ พ.ศ.2544-2553 ของประเทศไทย
ได้กำหนดเป้าหมายและยุทธศาสตร์ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการพัฒนาด้านการศึกษา (e-Education)
ดังนี้
เป้าหมาย
พัฒนาและเตรียมความพร้อมด้านทรัพยากรมนุษย์ในทุกระดับของประเทศเพื่อรองรับการพัฒนาสู่การเป็นสังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้
ยุทธศาสตร์การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ ประกอบด้วย
1. ยุทธศาสตร์ที่
1 การเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน
ส่งเสริม
สนับสนุน ให้ผู้เรียนใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้จาก
แหล่งและวิธีการที่หลากหลาย
โดยจัดให้มีการพัฒนาสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พัฒนาผู้สอนและบุคลากรทางการศึกษา
พัฒนาหลักสูตรให้เอื้อต่อการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจัดการเรียนการสอน
เพิ่มประสิทธิภาพการเรียนทางไกล จัดให้มีศูนย์ข้อมูลสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Courseware Center)
ให้มีการเรียนการสอนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Learning) จัดทำหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-Book) จัดให้มีห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์
(e-Library) เพื่อส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ได้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต
(Lifelong Learning) นำไปสู่สังคมแห่งคุณธรรมและสังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้
2. ยุทธศาสตร์ที่
2 การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศพัฒนาการบริหารจัดการและให้บริการ
ทางการศึกษา
พัฒนาระบบงานคอมพิวเตอร์ ระบบฐานข้อมูลเพื่อการบริหารจัดการ
และพัฒนาบุคลากรทุกระดับที่เกี่ยวข้อง
โดยความร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษาที่มีความพร้อมและเอกชน
สร้างศูนย์ปฏิบัติการสารสนเทศ (Operation Center) เชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลระดับชาติและระดับกระทรวง
รวมทั้งส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ
และให้บริการทางการศึกษา ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่สอดคล้องกับการปฏิรูประบบราชการ
3. ยุทธศาสตร์ที่
3 การผลิตและพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
ผลิตและพัฒนาบุคลากร
เพื่อรองรับความต้องการกำลังคนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ โดย
จัดให้มีการพัฒนาหลักสูตรเทคโนโลยีสารสนเทศในทุกระดับกรศึกษา
พัฒนาผู้สอนและนักวิจัย ส่งเสริมการวิจัย และนำผลการวิจัยไปประยุกต์ใช้
รวมทั้งประสานความร่วมมือกับองค์กรของรัฐและเอกชนทั้งในและต่างประเทศ
ในการพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อการพัฒนาการศึกษาและอุตสาหกรรม
4. ยุทธศาสตร์ที่
4 การกระจายโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา
จัดให้มีและกระจายโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างทั่วถึง
มุ่งเน้นการจัดหา
และใช้ทรัพยากรทางด้านเครือข่ายร่วมกัน
จัดหาระบบคอมพิวเตอร์ และซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
โดยร่วมมือกับภาครัฐ เอกชน ชุมชน และท้องถิ่น
เตรียมบุคลากรปฏิบัติงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศให้เพียงพอ
รวมทั้งการสร้างมูลค่าเพิ่ม และการซ่อมบำรุงรักษาอุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพในการใช้ปฏิบัติงาน
นโยบายและยุทธศาสตร์การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา
จะเป็นสิ่งกำหนดแนวทางในการดำเนินการปฏิรูปการศึกษาต่อไป
ปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศ มีบทบาทต่อการพัฒนาประเทศเป็นอย่างมาก
อาจกล่าวได้ว่าปัจจุบันเป็นยุคสังคมเทคโนโลยีสารสนเทศ
มีการติดต่อสื่อสารผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
ทำให้ผู้คนทั่วโลกสามารถติดต่อสื่อสารกันได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว
ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ (Chat) การใช้ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์
(e-Mail) การสืบค้นข้อมูลตามเว็บไซต์ต่างๆ
สำหรับวงการธุรกิจก็เกิดระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Commerce) และธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (e-Business) ในวงการศึกษาเกิดระบบมหาวิทยาลัยเสมือน
(Virtual University) มหาวิทยาลัยอิเล็กทรอนิกส์ (e-University)
ซึ่งจะมีการจัดการเรียนการสอนผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (e-Learning)
ซึ่งอาจเป็นการสอนแบบออนไลน์หรือออฟไลน์ก็ได้ การสอนแบบออนไลน์
จะสอนผ่านระบบอินเทอร์เน็ต หรือ อินทราเน็ต
ผู้เรียนกับผู้สอนสามารถติดต่อสื่อสารผ่านทางหน้าจอคอมพิวเตอร์ การสอนแบบออฟไลน์
เป็นการสื่อช่วยสอนประเภทวีดีโอ หรือ ซีดีรอม ที่รู้จักกันในชื่อ
คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (Computer As Instruction : CAI) หรือ
คอมพิวเตอร์ช่วยในการฝึกอบรม (Computer Based Training : CBT)
สื่ออิเล็กทรอนิกส์จะเป็นเครื่องมือช่วยในการเรียนการสอนก่อให้เกิดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต
(Life Long Learning) ผู้ที่สนใจสามารถเลือกที่จะศึกษาได้ตามความต้องการของตนเอง
เรียนรู้ได้ด้วยตนเอง ใช้เวลาไหนก็ได้สามารถเรียนรู้ได้ตลอดเวลา
หรืออยู่ที่ไหนก็สามารถเรียนรู้ได้
e-University วัฒนธรรมรูปแบบใหม่
การเปลี่ยนแปลงสังคมโลกในปัจจุบันเป็นแบบ e-Society กิจกรรมต่างๆ
ในการดำเนินชีวิตประจำวันได้เปลี่ยนรูปแบบไปจากชีวิตความเป็นอยู่แบบดั้งเดิม
การดำเนินชีวิตอยู่ภายใต้สังคมอิเล็กทรอนิกส์
การศึกษาในยุคปัจจุบันดำเนินไปภายใต้กระแสการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีสารสนเทศ
มีการนำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์กับการเรียนการสอน
เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศของประเทศ ในด้านการพัฒนาการศึกษา
สถาบันการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยต่างนำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้กับการเรียนการสอน
ก่อให้เกิดระบบการเรียนรู้รูปแบบใหม่ที่เรียกว่า e-Learning ซึ่งเป็นการสนับสนุนการเรียนการสอนให้กว้างขวางมากขึ้น
เปิดโอกาสในการเรียนรู้ได้อย่างทั่วถึง
การเรียนการสอนในรูปแบบใหม่เป็นการเริ่มต้นที่จะทำให้ระบบการดำเนินการภายในมหาวิทยาลัยจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องปรับเปลี่ยนตนเองที่จะก้าวเข้าสู่การดำเนินการแบบ
e-University
e-University
หมายถึง มหาวิทยาลัยที่นำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศมาพัฒนาการดำเนินกิจกรรมต่างๆ
ของมหาวิทยาลัย
โดยมุ่งเน้นการใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ตเชื่อมโยงให้เกิดกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น
e-Administration, e-Office และ e-Academic
e-University เป็นการส่งเสริมพัฒนาระบบการเรียนการสอนโดยนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาปรับใช้ในทุกส่วนงาน ซึ่งมีการนำหลักการ 2 ประเภทใหญ่ๆ มาพัฒนาระบบการเรียนการสอน ได้แก่
1.
e-MIS เป็นการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมีใช้ในการดำเนินงานด้านการบริหารและการจัดการของมหาวิทยาลัยอย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการจัดพิมพ์เอกสาร
การจัดทำฐานข้อมูลเพื่อจัดทำสารสนเทศทางการศึกษาสำหรับประกอบการตัดสินใจของผู้บริหารในระดับต่างๆ กิจกรรมต่างๆ
ของมหาวิทยาลัยสามารถกระทำร่วมกันได้
การสืบค้นข้อมูลสามารถกระทำได้สะดวกมายิ่งขึ้น การแลกเปลี่ยนข้อมูลสามารถกระทำได้ทันทีทันใด และสามารถเรียกใช้ได้โดยสะดวก ตลอด 24
ชั่วโมง e-MIS ประกอบด้วย
e-Office หรือระบบสำนักงานอัตโนมัติ
เป็นระบบปฏิบัติงานด้านการจัดการเอกสารในรูปแบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถจัดเก็บและค้นคืนได้โดยสะดวก และเป็นเครื่องมือในการติต่อสื่อสารระหว่างหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็น บันทึกข้อความ
คำสั่ง ระเบียบ และประกาศต่างๆ
e-Budget หรือระบบงบประมาณอัตโนมัติ เป็นระบบบัญชีของมหาวิทยาลัย
สามารถใช้ระบบเกณฑ์ รายรับ-รายจ่าย
การทำงานไปในหน่วยงาน และสามารถออนไลน์ กับฐานข้อมูลกลาง และเชื่อมโยงระบบงบประมาณ
พัสดุ การเงิน และบัญชีเข้าด้วยกัน
2. e-Academic เป็นการนำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการดำเนินงานด้านวิชาการ
ทั้งในการจัดการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพด้วยหลากหลายรูปแบบ ทั้งที่เนื้อหาสาระถูก
สร้างเป็นบทเรียนสำเร็จรูปที่ใช้ซีดีรอมเป็นสื่อกลางในการส่งผ่าน
หรืออาจส่งผ่านเครือข่าย ซึ่งจะเป็นการเรียนรู้ผ่านเว็บ การเรียนทางไกล
ห้องเรียนเสมือน e-Academic
ประกอบด้วย
e-Learning เป็นนวัตกรรมทางการศึกษาที่เปลี่ยนแปลงวิธีการเรียนการสอน
จากทีเรียนด้วยวิธีเดิม เป็นการนำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอน ซึ่งผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง
หรือเรียนร่วมประสมไปกับระบบการเรียนในชั้นเรียน การฝึกอบรม
หรือการฝึกปฏิบัติทั่วๆ ไป ซึ่งจะเป็นระบบการเรียนที่มีปฏิสัมพันธ์
(Interactive) ทั้งกับบทเรียน เพื่อนร่วมเรียน ครูอาจารย์ผู้สอน
และในบางกรณีเปิดกว้างในการติดต่อสื่อสารกับบุคคลทั่วไปผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต สามารถเรียนผ่านระบบสถานศึกษา สถานที่ทำงาน ที่บ้าน
หรือจะเรียนในที่ใด และเรียนขณะเดินทาง หรือในสภาวะใดก็ได้
ที่สามารถใช้คอมพิวเตอร์สื่อสารผ่านเครือข่ายต่าง ๆ ได้
Distance
Education หรือการเรียนการสอนทางไกล
เป็นการเรียนการสอนที่มีการประยุกต์เทคโนโลยีหลายๆอย่าง ได้แก่ ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ การประชุมทางไกลชนิดภาพและเสียง รวมถึงระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ
เพื่อให้เข้าถึงผู้เรียนที่อยู่ห่างไกล
e-Library
e-Library หรือ
ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์
เป็นห้องสมุดที่ให้บริการสารสนเทศหรือข้อมูลต่างๆ
ในรูปแบบของสารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์
จากสารสนเทศรูปแบบเดิมที่เป็นสิ่งตีพิมพ์ หรือ สื่อโสตทัศน์
จะถูกจัดเก็บไว้ในรูปแบบของสารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะมีเครื่องมือหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ช่วยในการจัดเก็บและการสืบค้นข้อมูล สามารถสืบค้นข้อมูลผ่านทางเครือข่ายภายใน
หรือ อินทราเน็ต ( Intranet )
เครือข่ายเฉพาะบริเวณ ( Local Area Network : LAN
) และเครือข่ายทั่วโลก
( Wide Area Network : WAN )
ใช้สามารถเข้าถึงสารสนเทศได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง
โดยไม่จำเป็นต้องมาใช้บริการที่ห้องสมุด
e-Library
จะครอบคลุมถึงห้องสมุดระบบดิจิทัล ( Digital Library ) ซึ่งมีการจัดการและให้บริการสารสนเทศเป็นเอกสารฉบับเต็ม
( Full-text ) ในรูปแบบดิจิทัล และ ห้องสมุดเสมือน ( Virtual Library
) ซึ่งจะครอบคลุมถึงแหล่งสารสนเทศต่างๆ
ทั่วโลกไว้ในที่เดียวกัน
แล้วให้บริการเชื่อมโยงผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ในรูปแบบของสื่ออิเล็กทรอนิกส์
ลักษณะของ
e-Library
e-Library ประกอบด้วยลักษณะ ดังนี้
สารสนเทศ
จากเดิมสารสนเทศของห้องสมุดประกอบด้วย หนังสือ
วารสาร หนังสือพิมพ์
รูปภาพ แผนที่ สื่อโสตทัศน์ต่างๆ ที่มีให้บริการ
จะมีการปรับเปลี่ยนลักษณะของสารสนเทศดังกล่าวมาให้บริการในรูปแบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ e-Books e-Documents e-Journals และ e-Magazines นอกจากนี้ยังมีฐานข้อมูลทั้งที่อยู่ในรูปแบบของฐานข้อมูลซีดีรอม และฐานข้อมูลออนไลน์ บริการสารสนเทศที่ได้จาก e-Library จะอยู่ในลักษณะฐานข้อมูลบรรณานุกรม
ฐานข้อมูลเอกสารฉบับเต็ม
และฐานข้อมูลสื่อประสม
บริการ
การให้บริการของ e-Library
สามารถให้บริการสารสนเทศต่างๆ เช่นเดียวกับการใช้ห้องสมุดทั่วไป
แต่จะเป็นลักษณะการใช้บริการผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ บริการสืบค้นสารสนเทศ
บริการตอบคำถามและช่วยการค้นคว้า
บริการดาวน์โหลดสารสนเทศที่ต้องการ
บริการแนะนำการใช้ห้องสมุด
ฯลฯ ซึ่งบริการต่างๆ
เหล่านี้
บรรณารักษ์ของ e-Library จะต้องปรับเปลี่ยนบทบาทจากเดิมที่เคยให้บริการสารสนเทศรูปแบบเดิม
เป็นบริการด้วยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
นอกจากจะมีความรู้ทางวิชาชีพแล้วจำเป็นต้องมีความรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
เพื่อตอบสนองการให้บริการแก่ผู้ใช้ที่ต้องการสารสนเทศหลากหลานยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ยังต้องมีการนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาพัฒนาการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และจะต้องมีการพัฒนาตนเองอย่างสม่ำเสมอ
จากบรรณารักษ์ที่เคยให้บริการภายในห้องสมุด
จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการจัดเตรียมสารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์ให้มีการเผยแพร่ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
เทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานของบรรณรารักษ์ แต่ไม่ได้เปลี่ยนงานของบรรณารักษ์ บรรณารักษ์ยังคงใช้วิชาชีพเพื่อดำเนินงานด้านการจัดหา การจัดระบบทรัพยากรสารสนเทศ
และการให้บริการแก่ผู้ใช้ด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ
จำเป็นอย่างยิ่งที่บรรณารักษ์จะต้องเป็นผู้ที่ขวยขวาย กระตือรือร้นอยู่ตลอดเวลา
จะต้องก้าวตามเทคโนโลยีให้ทันเพื่อจะพัฒนาการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
e-Library
กับการสนับสนุน e-University
ห้องสมุดจะมีบทบาทที่สำคัญในการจัดเตรียมความพร้อมเพื่อที่มหาวิทยาลัยจะก้าวย่างเข้าสู่การเป็น
e-University ด้วยจัดทำให้ห้องสมุดเป็น
e-Library ที่มีการจัดทำสามารสนเทศที่ให้บริการให้อยู่ในรูปแบบของสื่ออิเล็กทรอนิกส์
รวมทั้งจะเป็นหน่วยงานที่เป็นสื่อกลางในการเผยแพร่เอกสาร ประกาศ คำสั่ง ฯลฯ ที่อยู่ในรูปแบบของสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ให้ผู้ใช้ และบุคคลทั่วไปทราบข่าวสารต่างๆ
นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์รวมบทเรียนที่อยู่ในรูปสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของแต่ละวิชาโดยทำการเผยแพร่ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
การเรียนการสอนในยุคเทคโนโลยีสารสนเทศ จะต้องเพิ่มประสิทธิภาพทางการศึกษาให้มีมากยิ่งขึ้น มีการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนให้มีความเหมาะสม
เพื่อให้ผู้เรียนมีโอกาสที่จะเลือกรูปแบบการเรียนที่เหมาะสมกับตนเอง
การนำเทคโนโลยีสารเทศมีมีบทบาทในการจัดระบบการเรียนการสอน
จะต้องมีการสนับสนุนให้มีการพัฒนาต่อไป เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อระบบการศึกษา ไม่ควรส่งเสริมตามกระแสความนิยม
หรือตามความคิดเห็นของรัฐบาลยุคปัจจุบัน เมื่อหมดพลังการสนับสนุน กระแสนิยมลดลง
ก็ไม่สนใจใยดีเหมือนอดีตที่ผ่านมา
ดร.ปรัชญนันท์ นิลสุข หัวหน้าศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสงคราม
รัตนาภรณ์ กาศโอสถ หัวหน้าแผนกพัฒนา
สำนักหอสมุด
มหาวิทยาลัยรังสิต
บรรณานุกรม
กุลธิดา
ท้วมสุข. (2544). การศึกษาเรื่องห้องสมุดดิจิทัลในหลักสูตรบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์,
บรรณารักษศาสตร์และสารนิเทศศาสต์ มข., 19(3) : 1-4
ชาริณี
เชาวน์ศิลป์. (2544). ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์กับการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน, วารสารสำนักหอสมุด
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. 8
: 15-23.
น้ำทิพย์
วิภาวิน. (2545). ห้องสมุดดิจิตอล, วารสารห้องสมุด. 46(1) : 1-48
พรรณดาว
รัตชะถาวร (2545). การพัฒนาห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์
(E-Library) กับอีเลิร์นนิ่ง (E-Learning), วารสารห้องสมุด. 46(4) : 21-31
พิมพ์รำไพ
เปรมสมิทธ์. (2545). ห้องสมุดมหาวิทยาลัย-ผู้ใช้-บรรณารักษ์ : ประสบการณ์ในการเข้าถึงแหล่งสารสนเทศ
ของผู้ใช้สาขาต่างๆ และรูปแบบของห้องสมุดในอนาคต, วารสารสำนักหอสมุด
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. 9
: 53-59.
ยุพดี
จารุทรัพย์. (2545). การบริหารจัดการห้องสมุดในมิติใหม่, ลานจันทร์. 7(1) : 8-13.
วัชรี
ทรงประทุม. (2544). เทคโนโลยีสารสนเทศกับการพัฒนาห้องสมุดดิจิตอล, บรรณสาร สพบ. 33(1)
: 65-69.
|
หน้าแรก | ผู้จัดทำ | การเรียนการสอนผ่านเว็บ | เทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา | การศึกษาไทย | การจัดการนวัตกรรมและสารสนเทศ | รวมบทความทางวิชาการ< |